ฝันจากผืนน้ำ
จันทร์ณารายญ์
เฮือกก!!ไม่!!อย่าไป อย่าไป..เฮือกก อึก..อีกแล้วหรอเนี้ยเมื่อไหร่จะออกๆไปจากหัวฉันห้ะ
ไอฝันบ้า บ้าที่สุดเลย ฮืออ ทำไม ทำไมถึงต้องป็นแบบนี้ ฉันต้องทนอืกนานแค่ไหนไอฝันบ้านี่ถึงจะหายไปสักทีนะ ใครก็ได้เอามันออกไป!! ทุกคนคงอยากรูแล้วใช่ไหมล่ะ ว่าทำไมฉันถึงเป็นแบบนี้ ฉันจะเล่าให้ฟังเองคะ ย้อนไป 20 ปีที่แล้วตอนนั้นฉันไม่รู้หรอกคะว่าฝันคืออะไร ฉันรู้แค่ว่าเมื่อใดที่ฉันหลับฉันจะเห็นภาพต่างๆนาๆที่ถ่ายทอดออกมาไม่ต่างจากการเล่าด้วยภาพอย่างไงอย่างงั้น ฉันจะเห็นภาพพวกนั้นทุกๆคืนทุกๆวันและภาพจะปรากฏเวลาตรงกันคือ 23:23 พอดีอย่างกับจัดวางไว้
ภาพแรกที่เห็นคือทุกอย่างจะมืดไปหมดไม่มีแสงอะไรเลยแต่มีความรู้สึกคือรู้สึก เจ็บปวด ทรมาน ทุรนทุราย โหยหา คิดถึง รอคอย ความหวังและสุดท้ายคืออยากกลับบ้าน
ไม่รู้ความรู้สึกพวกนี้มาจากไหนมาได้อย่างไรแต่พอเข้าสู่ความฝันความรู้สึกเหล่านี้กลับปรากฏและชัดเจนทันทีที่ความมืดเข้ามาในห้วงนิททราและภาพต่อไปคือ มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งหนีอะไรสักอย่างและตามตัวของเธอมีแต่บาดแผลเต็มไปหมด
“อย่าตามข้ามานะ ปล่อยข้าไปเถอะข้าขอร้องให้ข้าไปเถอะ”
“ไม่ได้นะขอรับเจ้าถ้าผมปล่อยเจ้าผมจะโดนประหารนะขอรับ กลับพระตำหนักเถิดขอรับเจ้า”
“ได้ในเมื่อข้าขอร้องดีๆไม่มีใครให้ หากเมื่อรุ่งสางไม่เห็นข้าก็จักรู้ไว้เถิดว่าข้าไปแล้ว”
และผู้หญิงคนนั้นก็เดินหายไปพร้อมกับผู้ชายร่างสูงที่เหมือนเป็นทหารรักษาพระองค์
ที่มาตามให้กลับอย่างไงอย่างนั้น และภาพต่อไปคือหญิงคนเดิมกำลังนอนอยู่บนเตียงกับชายอีกคนซึ่งถ้าให้เดาคงไม่พ้นคนรักของเธอเป็นแน่เพราะแขนเรียวยาวที่โอบกอดกันสามารถบ่งบอกได้เป็นอย่างดี แต่จู่ๆแขนเรียวของหญิงสาวกลับค่อยๆคลายกอดประหนึ่งว่าไม่อยากให้คนในอ้อมกอดรู้ว่าตนคลายกอดพลางที่ตาคู่สวยๆนั้นขอบตาเริ่มร้อนผ่าวน้ำใสในตาค่อยๆเพิ่มและหลั่งรินลงมาเปรอะเปื้อนอาบแก้มนวลทั้งสองข้างปานจะขาดใจตายก็ไม่ปานหญิงผู้นั้นค่อยๆยันกายนั่งและค่อยๆลงจากเตียงและหายไปหลังม่านไม้ที่สลักเป็นทางยาวคล้ายลำตัวของพญานาคที่กั้นไว้
และเพียงไม่กี่นาทีหญิงคนนั้นก็เดินกลับไปนั่งบนเตียงอย่างเบาอาจเพราะกลัวว่าชายอันเป็นที่รักจะตื่นจากห้วงนิททรานางค่อยๆโน้มหน้าหวานลงไปหอมแก้มชายอันเป็นที่รักอย่างแผ่วเบานุ่มนวลทันใดนั้นน้ำตาของนางก็ไหลรินลงมาอีกครั้งนางรีบเช็ดน้ำตาและค่อยๆจุมพิตลงบนริมฝีปาเรียบอย่างอ่อนโยน บางเบา นุ่มนวลเหมือนกับเป็นการสั่งลาครั้งสุดท้าย นางค่อยๆเดินออกห่างจากตัวเตียงที่มีชายอันเป็นดวงใจนอนหลับอยู่ทีละก้าวจนถึงหน้าประตู
และนางพูดออกมาแผ่วเบาว่า”หากบุญที่เราทำด้วยกันยังพอมี ก็ขอให้ชาติหน้าเราได้พบพานกัน
ได้อยู่คู่กันตราบนานเท่านานและขอให้เราทั้งคู่ได้อยู่กินเป็นผัวเมียในร่างมนุษย์เถิด”
แล้วหลังจากนั้นหญิงผู้นั้นก็ได้เดินจากไปเพียงไม่กี่วินาทีที่เธอเดินจากไปชายอันเป็นที่รักของเธอได้สะดุ้งพร้อมดีดตัวอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงเพรียกว่า อย่าไป!!!ไม่จริง!!น้องหญิง…
แต่ความคิดของชายผู้นั้นเร็วยิ่งนักเขารีบวิ่งออกจากห้องไปตามทางที่หญิงสาวของตนเดินจากไปอย่างรวดเร็วภาพถัดไปคือหญิงชายคู่นั้นอยู่ริมตลิ่งที่ไหนสักที่
“พี่ท่านน้องหญิงขอเถิดปล่อยน้องหญิงไปเถิด”
“ไม่..น้องหญิงจะทิ้งพี่ไปรึเจ้าลืมสัจจะวาจาที่ให้พี่งั้นรึ!!เจ้าทำเช่นนี้ได้เยยี่ยงไร
เจ้าก็รู้ว่ากว่าเราจักได้รักกันมันหาได้ง่ายดายไม่เหตุฉไหนเล่าเจ้าจึงทิ้งพี่…
พี่เฝ้ารอวันที่จักได้ครองคู่เจ้า รอแล้วรอเล่า หญิงใดมาพี่เลี่ยงเสมอ ในดวงใจพี่มีแต่เจ้าแต่เจ้า..
กลับทิ้งพี่ได้ลงคอ พี่ต้องต่อสู้ศัตรูไม่รู้กี่ปีกี่เดือนเพียงวินาทีเดียวที่เจ้าทิ้งพี่ไป ทุกสิ่งจักจบสิ้นในบัลดลเจ้าจักไม่สงสารเวทนาพี่รึไรแม่เดือนของพี่..พี่ผิดอันใดเจ้าต้องการสิ่งใดบอกพี่มาเถิดพี่จักหามาให้ขอเพียงน้องหญิงไม่ทิ้งพี่..เป็นอันพอ พี่ไม่เคยขอสิ่งใดกับเจ้าเลยสักครั้ง
ครั้งนี้พี่ขอร้องเถิดอย่าจากพี่ไปเลยดวงใจของพี่ชีวิตพี่ลมหายใจพี่หากน้องทิ้งพี่ไป พี่จะอยู่อย่างไรเล่า น้องหญิง..อย่าทิ้งพี่เลยนะ”
“ฮึก ฮือพี่ท่าน น้องหาได้อยากทิ้งพี่ไปไม่น้องรักพี่เสมอรักตลอด มิมีวันใดที่น้องหมดรักพี่เลย แต่น้องจำต้องไป น้องอยากบวชในพระพุทธศาสนาขอเถิดพี่ท่านอย่าทำเช่นนี้มันบาป”
“น้องหญิง!!ไม่นะอย่าไป ไม่ ไม่!!!! น้องหญิงงงง!!!”
หญิงคนนั้นใช้ปิ่นปักผมของตนปักกลางหัวใจของตนและเธอพูดสัจจะเปรียบเสมือนคำสาบาน
“ข้าเดือนมณีหากเกิดชาติหน้าข้าขอจักเกิดเป็นชาติชายเพื่อบวชในพระพุทธศาสนา และหากพี่ท่านนิลมรกตได้ไปเกิดขอให้เกิดเป็นหญิงและเป็นคู่บารมีของข้าหากยังไม่พบพานกันจักไม่มีผู้ใดมีคู่แต่หากพบพานกันเมื่อใดฟ้าฝนจะเป็นใจบันดลให้เกิดพายุฝนลมกระหน่ำและได้คู่กันตราบนานเท่านานแลชั่วนิรันดร”
“น้องหญิง!!!!!!!ไม่!!!ไม่จริง…น้องหญิง แม่เดือนของพี่ ไม่ ไม่!!! อย่าไป อย่าไป….
ในเมื่อน้องหญิงประสงค์สิ่งนี้แล้วละก็ พี่เองจักมิขัดแลจักทำตามที่น้องหวัง….”
หลังจากนั้นชายคนนั้นก็ดึงปิ่นปักผมของหญิงคนนั้นปักกลางใจตัวเองและพูดสัจจะว่า
“ข้านิลมรกตขอให้สัจจะวาจาว่าข้าจักขอเป็นคู้แท่ของเดือนมณีทุกๆชาติไปแลจักไม่มีชายอื่นนอกจากเดือนมณีทั้งนั้น”สิ้นเสียงชายผู้นั้นฟ้าผ่าลงกลางแม้น้ำใหญ่ที่ก่อนหน้านี้นิ่งสงัด
กลับปั่นป่วนคลื่นน้ำต่างพากันซัดริ่มฝั่งน้ำขุ่นคลักท้องฟ้าแปรปรวนเป็นสัญญาณ
ว่าคำขอที่ทั้งคู่อธิฐานนั้นเป็นจริงและหลังจากนั้นฉันก็จะตื่น เป็นอย่างนี้มานานนับ 10 ปี
ที่ฉันต้องฝันวนเวียนอยู่อย่างนี้และไม่รู้ว่าจะอีกนานแค่ไหนฝันบ้าๆพวกนี้จะหายไปสักที
“ยัยศิแม่เข้าไปได้ไหมลูก”เสียงของคนเป็นแม่ที่ฟังความฝันลูกของตนเองนานนับปีโดยที่พยายามพาไปวัดสวดมนต์หรือไปตามตำนักก็ยังไม่หายจึงปล่อยเลยตามเลย
แต่พักหลังๆในระหว่างที่ลูกของเธอฝันเธอมักจะเห็นแสงสีเขียวเข้ม ลอดออกมาตามช่องแคบๆ
ใต้ประตูเสมอก่อนที่ลูกเธอจะตื่นและคืนนี้เธอจึงตั้งใจจะมาดูรู้ดำรู้แดงสักทีว่ามันคือแสงอะไร
แต่แปลกที่แม้แต่กุญแจยังไขไม่ออกแต่พอแสงหายไปประตูกลับไม่ได้ถูกล็อกเสียอย่างนั้น
“เข้ามาเลยคะแม่ประตูไม่ได้ล็อค”หญิงสาวที่นั่งหอบรีบปรับสีหน้าและอารมณ์ให้ปรกติ
ก่อนที่แม่ของเธอจะเป็นห่วงมากกว่านี้เธอเองก็รู้ตัวว่าแม่และทุกๆคนได้ยินเสียงของเธอหมดแต่มันคือเรื่องปรกติทุกคนจึงไม่ได้สนใจหรือตกใจอะไรนอกจากแม่ของเธอที่ตอนนี้เป็นกังวลอย่างมากจนต้องพาตนมาให้ถึงห้องนอนของลูกสาวสุดจะหวงแหนคนเดียวคนนี้
จันทร์ณารายญ์