(ตัวอย่างในเรื่อง)
“ทำไมเราไม่เลิกกันไปเลยล่ะคะ จะปล่อยให้นนรอแบบไม่มีที่สิ้นสุดงั้นหรือ”
“พี่ขอโอกาสได้ไหม พี่ไม่อยากเสียนนไป แต่พี่ก็ไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ”
“พี่ต้องจดทะเบียนด้วยใช่ไหมคะ แบบนี้นนก็เป็นชู้น่ะสิ พี่จะให้นนรอในฐานะชู้หรือ”
นิลินเอ่ยถึงความเป็นไปได้ เพราะถ้าเงื่อนไขเป็นไปอย่างที่เขาบอกว่าต้องมีการโอนหุ้นกัน ก็ต้องมีการจดทะเบียนสมรสกันเกิดขึ้้นแน่ แล้วเธอล่ะ ต้องทนอยู่ในสถานะชู้จนกว่าเขาจะหย่าหรือ
“พี่ไม่อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลย”
สิงหากั้นน้ำตาจนตาแดงก่ำ เขาคิดแค่ว่าอยากปกป้องเธอ แต่ไม่ได้คิดถึงความจริงเรื่องนี้เลย สุดท้ายแล้ว เขาก็เป็นคนทำร้ายเธอเสียเอง
นิลินมองดูชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น เธอรู้ว่าเขาคงเสียใจกับสิ่งที่ตัดสินใจทำลงไป แต่เธอก็ยังคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดีกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงได้เอ่ยถามเขาอีกครา
“เราลองคิดทบทวนเรื่องของเราอีกทีดีไหมคะ ความรักของเรามันจะเป็นไปได้จริงหรือ”
“มันต้องเป็นไปได้สิจ๊ะ พี่ว่ายังไงมันก็ต้องเป็นไปได้”
สิงหาฝืนพูดในสิ่งที่เขาก็รู้ว่าโอกาสเป็นไปได้มันน้อยเหลือเกิน แต่เขายังพยายามพูดโน้มน้าวใจคนรักเต็มที่ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเธอคงไม่มีทางเห็นด้วยกับคำพูดของเขา
“ความรักของเราสองคน มันก็ควรเป็นเรื่องของเราสองคนสิคะ ทำไมถึงต้องมีเรื่องของคนอื่นมาเกี่ยวข้องด้วย แล้วถ้าความรักของเรามันเป็นไปได้จริงเหมือนที่พี่พูด พี่ต้องทำขนาดนี้เลยหรือ เพื่อที่จะปกป้องมันเอาไว้”
*****************************************************
“ถ้านนรอ พี่จะทำตามคำขอของนนได้หรือเปล่า”
“ได้จ้ะได้ ไม่ว่านนจะให้พี่ทำอะไร พี่ทำได้หมดทุกอย่างขอแค่นนรอพี่ นนบอกพี่มาได้เลย ว่านนจะให้พี่ทำอะไร”
นิลินคิดไตร่ตรองความต้องการของตัวเองอีกที เธอคิดดีแล้วถึงได้พูดมันออกมา หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าในอนาคตเรื่องของเธอกับเขาจะเป็นอย่างไร
แต่เธอรู้ว่า ตอนนี้เธอยังต้องการเขาอยู่ เธอยังชอบที่มีเขาอยู่ข้างกาย ถ้าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น ชีวิตตอนนี้ของเธอก็เป็นช่วงที่มีความสุขที่สุด
หญิงสาวผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายมามากในวัยเด็ก ทั้งเสียบิดามารดา ทั้งต้องรักษาอาการป่วยจากการสูญเสียแบบกระทันหัน ทั้งต้องย้ายที่อยู่อาศัย จากคนร่าเริงต้องกลายเป็นคนเงียบขรึมและเข้ากับคนอื่นได้ยาก
จนเธอดีขึ้นได้โดยคนรอบข้าง และดีขึ้นไปอีกเมื่อชีวิตของเธอมีสิงหาเข้ามา ดังนั้นชีวิตตอนนี้ของเธอมันดีอยู่แล้ว ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เธอก็จะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
“ข้อแรกในระหว่างที่พี่ยังมีพันธะอยู่เราจะไม่มีอะไรเกินเลยกันเด็ดขาด”
“ได้จ้ะ พี่ทำได้”
“ข้อสองถ้าพี่จะอยู่ที่นี่พี่ต้องย้ายไปนอนอีกห้อง เราจะไม่ใช้ห้องนอนร่วมกันเด็ดขาด”
สิงหาพยักหน้าเป็นการยอมรับว่าทำได้ แค่เธอยังให้เขาอยู่ในชีวิตก็ดีแค่ไหนแล้ว เรื่องแค่นี้เขาทำได้
“ข้อสามในระหว่างนี้ถ้าใครคนใดคนหนึ่งเจอคนอื่นที่ถูกใจกว่า ความสัมพันธ์ของเราจะจบทันที”
“ข้อนี้พี่ขอคัดค้าน!”
“นี่ก็เพื่อกระตุ้นว่าถ้าพี่ช้า นนอาจจะไปเจอคนที่ดีกว่า ฉะนั้นพี่จะมัวอ้อยอิ่งไม่ได้ เพราะนนอาจจะไปได้ทุกเมื่อ ตกลงไหมคะ”
คนฟังหน้าม่อยลงทันที เมื่อได้ยินว่าเธออาจหนีจากเขาไปได้ทุกเมื่อ แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้าตกลงอย่างจำยอม
“และข้อสุดท้าย ถ้าวันหนึ่งนนกลายเป็นอีบ้าไล่ตามหึงหวงพี่ทุกที่ พี่จะเข้าใจใช่ไหมคะ ว่าการที่นนต้องเป็นแบบนั้นมันมีต้นเหตุมาจากอะไร”
“พี่เข้าใจค่ะ พี่ดีใจซะอีกถ้านนรู้สึกหึงหวงพี่ เพราะอย่างน้อยพี่ก็พอวางใจได้ ว่านนยังรักพี่อยู่”
*****************************************************
“เจ้าข้าเอ๊ย!! ใครไม่เคยเห็นผู้หญิงหน้าด้านเป็นชู้กับผัวชาวบ้านก็มาดูตรงนี้ได้เลย ผู้ชายเขาแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ยังจะเอาตัวไปเร่ขายให้เขา จนทำให้ครอบครัวของคนอื่นต้องพังไม่เป็นท่า แล้วยังจะมาเยาะเย้ยเมียเขาด้วยการไปเหยียบถึงบ้านที่เมียตีทะเบียนอาศัยอยู่ คนจิตใตสกปรกแบบนี้มาขายอาหารให้ทุกคนกิน ทุกคนกล้ากินมันลงได้ยังไง”
ยุวดีพูดป้ายโคลนใส่คนไม่พูดไม่จาตรงหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน ด้วยเห็นว่าคนที่มามุงดูเหตุการณ์ต่างก็เป็นลูกค้าของอีกฝ่าย ดีเหมือนกัน ให้ร้านมันเจ๊งไปเลยยิ่งดี
“ใครกันล่ะค่ะ ที่เอาธุรกิจมาอ้างเพื่อจับคู่ให้ลูกสาว บริหารไม่เป็นก็แทนที่จะให้คนอื่นบริหาร บริษัทจะได้ไม่เจ๊ง ไม่ใช่มาบังคับให้ลูกแต่งงานสนองความต้องการของตัวเอง”
“นี่เธอ!!”
เพี๊ยะ!!!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าสวยของหญิงสาวเจ้าของร้าน ทำเอาคนที่มุงดูต่างก็ต้องยกมือปิดปากด้วยความตกใจ
“ทำไมคะคุณดารา พูดแค่นี้มันจี้ใจดำหรือ ทำเป็นมาพูดดีว่านนทำให้ครอบครัวคนอื่นแตกแยก ทั้งที่ความจริงแล้วก็เพราะคุณแม่กับคุณดารานั่นแหละที่มาวุ่นวายกับความรักของนนก่อน อ้อ นนจะบอกอะไรให้เอาบุญนะคะ ว่านนไม่เคยเอาตัวไปเร่ขายให้ใคร มีแต่ผู้ชายต่างหากที่ไม่ยอมกลับบ้าน เพราะเขากลัวว่าจะพลาดท่าให้แผนการจับคู่ของพวกคุณ”
“เธอ!! พอได้แล้ว นี่เธอได้รับการสั่งสอนมายังไงกันถึงได้พูดไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่”
แพรพรรณเอ่ยขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อรู้สึกร้อนตัวกับสิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าพูดขึ้นมา คำพูดของคนโดนตบจี้ใจท่านอย่างมาก เพราะท่านรู้ดีว่าเหตุผลที่ลูกชายไม่ยอมกลับบ้านนั้นเป็นเพราะอะไร
“โอ๊ย!! คงไม่มีใครสั่งใครสอนหรอกค่ะคุณพี่ ก็คุณพี่เป็นคนบอกน้องเองไม่ใช่หรือคะ ว่าพ่อแม่ของแม่ ‘ชู้’ คนนี้ตายไปหมดแล้ว แบบนี้คงไม่มีวิญญาณที่ไหนมาสั่งสอนได้หรอกค่ะ”
“ก็ถ้าคุณพ่อของนนใจแข็งกว่านี้สักนิด ป่านนี้คุณดาราก็คงไม่มีลูกเขยหรอกค่ะ เพราะคนที่จะตายก็คือลูกชายของคุณแม่ที่ยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่พ่อกับแม่ของนน”
นิลินพูดพร้อมกับผายมือไปที่มารดาของสิงหา เพื่อเป็นการบอกให้ทุกคนรับรู้ว่าหากคนที่เสียไปไม่ใช่บิดามารดาของเธอ ก็คงจะเป็นลูกชายของคนที่ยืนตัวแข็งทื่ออย่างแพรพรรณนั่นเอง
“ไม่ต้องห่วงลูกเขยไปหรอกนะคะคุณดารา นนจะช่วยดูแลลูกเขยของคุณดาราแทนลูกสาวของคุณเองค่ะ จะปั่นหัวให้ไปไหนไม่รอดเลยด้วย พวกคุณเองก็หาข้ออ้างดีๆ ไว้แก้ตัวกับเขาเถอะค่ะ เพราะเขาจะไปเอาคืนแทนนนแน่นอน”
พูดจบหญิงสาวก็ได้ยินเสียงพูดของเพื่อนสาวที่พยายามคุยกับฝูงชนที่ยืนออกันอยู่นอกห้องครัว ทำให้นิลินต้องหันไปมอง แต่เธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าใครบางคนที่เธอเพิ่งเอ่ยถึงยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนนั้นด้วย
“พี่สิงห์!!”
*****************************************************
เรื่องนี้เป็นนิยายแนวคลุมถุงชน บังคับแต่งงาน แต่เป็นแนวพระเอกแต่งกับคนอื่น แล้วนางเอกของเราที่คบอยู่กับพระเอกอยู่แล้ว จะกลายเป็นผู้หญิงร้ายๆ ที่ต้องคอยสู้รบตบมือกับแม่พระเอกแทน ใครชอบแนวนางเอกสู้คนลองเข้ามาอ่านดูกันได้นะคะ ^-^