“เดี๋ยวก่อน”
“อะไรคะ”
“ฉันไม่เต็มใจ”
“ผู้ชายไม่เต็มใจ มันจะเกิดขึ้นไม่ได้นะคะ น้ำมนต์รู้น้ำมนต์เรียนมา”
“เธอเป็นโรคสมองเสื่อมเหรอ เธอบังคับจิตใจ ดึงฉันเข้าห้อง แล้วก็ทำกับร่างกายฉันตามอำเภอใจ นึกดีๆ สิ ฉันปฎิเสธแล้ว”
คำพูดและสายตาของเขา ทำให้น้ำมนต์พูดไม่ออก มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
“เสี่ยจะเอาอะไร”
“ค่าเสียหาย”
“ไม่มี”บอกได้แค่นั้นก็ตกใจ เมื่อเขาคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมของแม่ใหญ่ไป
“เสี่ยเอาคืนมานะ กระเป๋านี่ไม่ใช่ของน้ำมนต์”
“ไม่สน ฉันจะริบมันไว้เป็นค่าเสียหาย”เขาว่าแล้วก็จับมือเธอขึ้นมา ถอดแหวน กำไรหัวงู นาฬิการาคาหกหลัก สร้อยต่างๆ เขาเอาไปหมด จนน้ำมนต์เหลือแต่ตัวเปล่า
“ไม่ใช่ของน้ำมนต์สักชิ้นเลยนะคะ กรุณาคืนให้น้ำมนต์ด้วย นี่น้ำมนต์กำลังเจอกับอะไรอยู่ ก่อนจะเป็นเสี่ยกระทิง เป็นมิจฉาชีพมาก่อนหรือไง”
“ไม่คืน เธอจะไปแก้ตัวกับเจ้าของยังไงฉันไม่สน ไอ้ที่ได้มานี่ ยังไม่พอกับค่าตัวของฉันด้วยซ้ำ เธอไม่ได้ใช้ไปแค่น้ำสองน้ำนะยัยหัวหยิก”
“น้ำมนต์ไม่ได้หัวหยิก แต่...”
“ในเมื่อไม่มีอย่างอื่นแล้วก็ไปซะ”พอยึดทรัพย์จนพอใจแล้ว กระทิงก็รีบไล่ผู้หญิงน่ารังเกียจทันที
“ขอบคุณที่ยังเหลือรองเท้าให้น้ำมนต์นะคะ”หญิงสาวประชดแล้วเดินหนี แต่ถูกรั้งคอเสื้อไว้
“ขอบใจที่เตือน รองเท้านี่หลักหมื่น ถอดออกมาด้วย”
