สัญญาจ้างฉบับนั้นผูกมัดเธอไว้ในฐานะ 'นางบำเรอ'
ในวันที่เขาประกาศแต่งงานกับผู้หญิงที่คู่ควร เธอเลือกที่จะตัดใจและหันหลังให้กับหน้าที่ที่สิ้นสุดลง ตัดสินใจทิ้งทุกอย่างที่เขาเคยมอบให้แล้วหายไปพร้อมความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุด! เพราะคำพูดที่ถือเป็นคำประกาศิตอันแสนโหดร้าย
“ฉันไม่มีวันยอมให้ใครมาเป็นตัวถ่วงในชีวิต โดยเฉพาะเรื่องเด็ก...ฉันป้องกันเสมอ พลาดครั้งเดียว ไม่ได้แปลว่าฉันจะยอมรับภาระไปตลอดชีวิต ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ฉันคงสั่งจัดการให้จบๆ ไป เงินซื้อได้ทุกอย่างแม้กระทั่งการลบความผิดพลาดทิ้ง”
บทเรียนของคนใจร้ายเริ่มต้นขึ้น...เมื่อมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ต้องทิ้งหัวโขนประธานบริษัท มานั่งง้อเมียที่ร้านอาหารตามสั่ง และถูกลูกชายตัวน้อย ใช้ตะกร้าฟาดหน้าแข้ง!"
ขอทุกท่านมีความสุขไปกับเรื่องราวเรียบง่ายไม่ซับซ้อนในนิยายเรื่องนี้นะคะ
สำหรับนักอ่านที่ติดตามผลงานปารีเซียงมาโดยตลอด ไรท์ขออนุญาตแจ้งเพื่อเป็นข้อมูลก่อนตัดสินใจอ่าน
เนื่องจากตั้งใจเขียนในหมวดนิยายรัก...
นักอ่านที่คาดหวังเลิฟซีนในแบบปารีเซียง อาจต้องผิดหวัง^^
นิยายเรื่องนี้ไม่มีเลิฟซีน ต้องกราบขออภัยนะคะ
แต่ถึงอย่างไร เนื้อเรื่องก็ยังเข้มข้นน๊าาาา ลองเปิดใจสำหรับมือใหม่สายพระเอกโบ้สักนิดนะคะ^^
**********************************************************
ตัวอย่างความร้ายกาจที่รอแม่ๆ มาจัดการค่ะ...
ห้ามรัก ห้ามท้อง ห้ามแสดงตัว
“สิ่งที่พิมต้องทำ มีสามข้อเท่านี้ใช่มั้ยคะ?” เธอเผลอโพล่งถามออกไป ก่อนจะรีบเม้มปากเมื่อเห็นสายตาที่วาวโรจน์ของเขา
“ใช่ สั้นๆ แค่นั้น และข้อที่ฉันอยากย้ำก็คือข้อแรก เพราะความรักของคนที่ซื้อได้ด้วยเงิน มันคือความน่ารำคาญ” ไตรฉัตรตอบทันควัน
“อย่ามโนเอาเองว่าการที่ฉันยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อซื้อตัวเธอมา มันหมายความว่าฉันมีความเสน่หาในตัวเธอ ฉันแค่ต้องการที่ระบายความเครียด ต้องการของเล่นที่เงียบ และเชื่อฟังเท่านั้น ความรักมักมาพร้อมกับการเรียกร้อง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ฉันรังเกียจที่สุด”
“พิมไม่ใช่สิ่งของนะคะคุณไตร...”
“ในห้องนี้...เธอคือสิ่งของ พิมพิกา” เขาขัดขึ้น เสียงของเขาต่ำและทรงอำนาจจนเธอตัวสั่นและรู้สึกตัวเล็กลงจนแทบหายใจไม่ออก
“สิ่งของที่มีราคาแปะอยู่บนหน้าผากชัดเจน ถ้าเธออยากมีเกียรติ อยากมีความรู้สึก เธอก็แค่หาเงินมาคืนฉันสิบเท่าของเช็คใบนี้แล้วเดินออกไป แต่ถ้าทำไม่ได้...ก็จงเก็บความรู้สึกไร้สาระของเธอใส่กล่องแล้วปิดตายมันซะ ทำหน้าที่ 'สินค้าเกรดเอ' ให้คุ้มค่าเงินที่ฉันเสียไป นี่คือข้อตกลงระหว่างเรา”
พิมพิกามองภาพตัวเองในกระจกหน้าต่างด้านข้าง เห็นผู้หญิงที่ดูเปราะบางราวกับเศษแก้วที่กำลังจะถูกบดขยี้
'นี่คือราคาของความกตัญญูสินะ' เธอถามตัวเองในใจ ความทรงจำถึงพ่อแม่ที่รอความหวังอยู่บ้านทำให้เธอไร้ทางสู้
เธอยื่นมือสั่นเทาไปหยิบปากกา แต่ไตรฉัตรกลับคว้าข้อมือเธอไว้ก่อน สัมผัสจากมือเขาเย็นเยียบและแข็งแกร่งจนเธอใจหาย
“จำไว้อีกอย่าง...อย่าริอ่านใช้มารยาหญิงมาทำให้ฉันหลง เพื่อหวังจะอัปเกรดตัวเองขึ้นมาเป็นตัวจริง เพราะสำหรับฉัน เธอเป็นได้แค่ความลับที่ไม่มีวันได้ออกมายืนในที่สว่างเคียงข้างฉัน ถ้าวันไหนที่เธอเริ่มอยากมีตัวตน วันนั้นคือวันที่เธอต้องไสหัวออกไปพร้อมกับหนี้สินที่มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เข้าใจไหม?”
“เข้าใจค่ะ...พิมจะอยู่ในที่ของพิม...ในมุมที่มืดที่สุด ตามที่คุณต้องการ”
****************************************************************
“ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าสร้างเรื่องน่ารำคาญ! กลิ่นอาหารพวกนี้มันติดจมูกฉันจนอยากจะอาเจียน เอาไปเททิ้งให้หมดเดี๋ยวนี้!”
“คุณไตรคะ...แต่พิมมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณจริงๆ นะคะ” เธอกลั้นใจพูดออกไป แผ่นหลังเริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นๆ แข็งใจสู้เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นอยู่ในตัวเธอ
“เรื่องที่อาจจะทำให้คุณ...เปลี่ยนความคิดเรื่องความกดดันที่คุณเจออยู่ก็ได้นะคะ”
ไตรฉัตรแค่นยิ้มหยัน เขาหัวเราะในลำคอเสียงดังหึ
“เปลี่ยนความคิด? ผู้หญิงที่ฉันซื้อมาด้วยเงินอย่างเธอจะมีปัญญาอะไรมาเปลี่ยนชีวิตฉันพิมพิกา? อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย ลำพังแค่เรื่องของลิสาที่เขาเรียกร้องขอหุ้นเพิ่ม และเรื่องพ่อที่บีบให้ฉันรีบแต่งงานเพื่อผลประโยชน์บริษัท หัวฉันก็แทบจะระเบิดอยู่แล้ว อย่าเอาเรื่องเล็กๆ ของเธอมาเทียบกับพายุที่ฉันกำลังเผชิญ!”
“พิมไม่ได้จะเปรียบเทียบค่ะ แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวกับเรา... เกี่ยวกับ...”
“ไม่มีคำว่า ‘เรา’ พิมพิกา!” เขาตวาดกร้าวตัดบทจนเธอสะดุ้งสุดตัว
“มีแค่ฉันที่เป็นเจ้าของเงิน และเธอที่เป็นลูกจ้าง ต้องทำตามกฎ! เธอจำได้ไหมว่าฉันสั่งว่าอะไร อย่าสร้างปัญหา และการที่เธอมานั่งรอฉันพร้อมอาหารค่ำน้ำเน่าพวกนี้ แล้วพยายามจะพูดเรื่องสำคัญอะไรนั่นน่ะ มันคือการสร้างปัญหาอย่างหนึ่ง!”
“ถ้าพิมบอกว่า...พิมไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นปัญหาล่ะคะ ถ้ามันคือของขวัญที่มีค่า...”
ไตรฉัตรเดินเข้าไปประชิดตัวเธอ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิด แววตาโหดเหี้ยมอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“ของขวัญมีค่างั้นเหรอ? สำหรับคนอย่างฉัน สิ่งสำคัญที่สุดคือธุรกิจเท่านั้น ของขวัญที่ฉันต้องการคือผลกำไร และการควบรวมกิจการที่สมบูรณ์ ไม่ใช่เรื่องไร้สาระจากผู้หญิงในความลับอย่างเธอ! ฟังนะ...พรุ่งนี้ฉันต้องไปเลือกชุดแต่งงานกับลิสา และต้องไปดูเรือนหอราคาเกือบร้อยล้านที่พ่อฉันซื้อไว้ให้ เพราะฉะนั้น อย่าเอาเรื่องขี้ปะติ๋วของเธอมาทำให้ฉันต้องไขว้เขวเด็ดขาด!”
****************************************************************
***********************ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ**********************

